สุดรันทด เเม่ถอดสร้อยจำนำ หาเงินทำศพลูกสาว หลังดับปริศนาคาบ้านเช่า!

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 28 มี.ค. 60 ร้อยตำรวจโท จารุพันธ์ เอี่ยมโหนด รองสารวัตรสอบสวน สภ.บางแก้ว จังหวัดสมุทรปราการ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยป่อเต็กตึ๊ง เดินทางเข้าตรวจสอบสภาพศพ นางสาวปิยนัย อายุ 30 ปี ชาวจังหวัดชัยภูมิ ทำงานเป็นแคดดี้ของสนามกอล์ฟเอกชนแห่งหนึ่งย่านบางแก้ว นอนเสียชีวิตอยู่ในบ้านเช่าไม่มีเลขที่ ปลูกเป็นสังกะสีทั้งหลัง ตั้งอยู่เรียบทางเท้า ริมคลองชวดหมัน ภายในซอยกิ่งแก้ว 11 ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ คาดเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 8 ชั่วโมง ตรวจสอบตามร่างกายไม่พบบาดแผล หรือร่องรอยการถูกทำร้ายแต่อย่างใด

สอบถามนางผง วัย 54 ปี มารดาของผู้ตาย เล่าให้ฟังทั้งน้ำตาว่า บ้านหลังดังกล่าวพักอาศัยกันอยู่ทั้งหมด 9 คน ซึ่งเป็นบ้านเช่าที่ตนเองและลูกๆ เช่าพักอาศัย โดยลูกสาวทำงานเป็นแคดดี้ของสนามกอล์ฟย่านกิ่งแก้ว ส่วนตนเองยึดอาชีพขายส้มตำอยู่ที่ปากซอย

ช่วงเย็นที่ผ่านมา บุตรสาวกลับมาจากทำงานระบุว่าตนเองเพิ่งออกกำลังกายเต้นแอโรบิค ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ทางบริษัทกำหนดให้พนักงานต้องออกกำลังกาย หลังจากนั้นลูกสาวก็อาบน้ำและทานข้าว จนอิ่ม ก่อนไปซื้อเบียร์มาดื่ม 2 ขวด ซึ่งปกติแล้วลูกสาวจะดื่มเป็นประจำทุกวัน กระทั่งดื่มเบียร์จนหมดก็พาลูกสาววัย 5 ขวบ (ของผู้ตาย) เข้านอน

พอเช้ามาตนเองก็ออกไปขายส้มตำตามปกติ จนกระทั่งเที่ยงไม่เห็นลูกสาวออกมาทำงานจึงโทรศัพท์กลับมาหาลูกสาวซึ่งมีหลานสาวรับสาย แจ้งว่าแม่ยังนอนอยู่ ตนจึงให้ไปเรียกเพื่อให้ออกไปทำงาน หลานสาวเขย่าตัว แต่ผู้ตายไม่ตอบสนองจึงแจ้งให้ตนเองเข้ามาดู เมื่อเดินทางมาตรวจสอบพบว่านอนตัวแข็งเสียชีวิตแล้ว
ขณะที่เพื่อนร่วมงานหลังทราบข่าวต่างพากันเดินทางมาดูศพผู้ตาย พร้อมระบุว่าผู้ตายทำงานเป็นแคดดี้มาปีกว่า แต่ที่ผ่านมาบริษัทไม่มีสวัสดิการใดๆ แม้กระทั่งประกันสังคม หากเจ็บป่วยก็ต้องรักษากันเอง และหากเพื่อนร่วมงานท่านใดเสียชีวิตพนักงานแคดดี้กว่า 400 คน ก็จะเรี่ยรายเงินกันคนละ 100 บาท เพื่อช่วยค่าทำศพ

ด้านมารดาของผู้ตายซึ่งอยู่ในอาการเศร้าโศกเสียใจอย่างหนักเผยทั้งน้ำตาว่า ตนเองไม่มีเงินติดตัวและเงินทำศพบุตรสาว จึงตัดสินใจถอดสร้อยคอทองคำหนัก 50 สตางค์ เอาไปเข้าโรงจำนำเพื่อนำเงินมารับศพลูกสาวมาบำเพ็ญกุศลที่วัดชวดลากข้าว ทั้งที่ใจจริงอยากนำศพกลับบ้านเกิดที่จังหวัดชัยภูมิ แต่ไม่มีเงินจึงทำได้เพียงนำกระดูกเถ้าถ่านกลับบ้านเกิดนั้น

ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตของลูกสาวนั้นตนเองไม่ได้ติดใจอะไร เนื่องจากลูกสาวเป็นคนดื่มเบียร์ทุกวันจนติดเป็นนิสัย บวกกับที่พักอาศัยร้อนอบอ้าว คาดว่าอาจเป็นสาเหตุทำให้ลูกสาวหัวใจวายเฉียบพลันก็เป็นได้

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงบันทึกประจำวันและมอบร่างผู้เสียชีวิตส่งชันสูตรเบื้องต้นที่รพ.บางพลี ก่อนจะส่งต่อไปยังสถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ เพื่อชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดอีกครั้ง

ส่วนสาเหตุสันนิษฐานว่า หลังจากออกกำลังกายมาเหนื่อยจัดและมาดื่มเบียร์เข้าไป ประกอบกับอากาศที่ร้อนจัดภายในห้องเช่า ทำให้ร่างกายปรับสภาพไม่ทัน จึงเกิดภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน

ใส่ความเห็น